ครูรักษ์ Studio

บทความที่ 9

SOCIETY: ชายออสเตรเลีย ปรึกษา 'ทนาย AI’

เรื่องตนได้รับการจ้างงานไม่เป็นธรรม

และสู้คดีเองจนชนะคดี 

เป็นเคสแรกของโลก

.

AI กับแวดวงกฎหมายไม่ใช่เรื่องใหม่ มันสร้างความปวดหัวให้ฝั่งอเมริกาที่แวดวงกฎหมายเริ่มใช้ก่อนชาวบ้าน เรื่องราวมีตั้งแต่พวกทนายโวยว่า AI ไม่มีใบอนุญาต จนถึงศาลต้องมาปวดหัวกับคำฟ้องที่เขียนขึ้นโดย AI แล้วอ้าง 'คดีที่ไม่มีอยู่จริง' เต็มไปหมด

.

เหมือน AI จะไม่เวิร์กในทางกฎหมายนัก แต่ฝั่งออสเตรเลีย มีกรณีน่าสนใจ ที่พอจะอ้างได้ว่าเป็นกรณีแรกของโลกที่คน 'ใช้ AI สู้คดีจนชนะ'

.

เรื่องของเรื่องเกิดจากเกรกอรี เบเคอร์ (Gregory Baker) อาจารย์พิเศษด้านคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยแมคไควรี (Macquarie University) ของออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยจ้างสอนทุกเทอม แต่ไม่ยอมให้เป็นอาจารย์ประจำสักที ตั้งแต่ปี 2023 

.

เบเคอร์ไปถาม ChatGPT (แน่นอนว่าเป็นแบบ 'จ่ายเงิน') ว่าเขาอยากได้การจ้างประจำ ทำอะไรได้ไหม? ปรากฏว่า ChatGPT ตอบว่าได้ เพราะออสเตรเลียเพิ่งแก้กฎหมายว่า ถ้ามีการจ้างงานยาวนานต่อเนื่องถึงจุดหนึ่ง แล้วลูกจ้างต้องการเปลี่ยนเป็นการจ้างประจำ  แล้วแจ้งนายจ้าง นายจ้างปฏิเสธไม่ได้

.

เบเคอร์ก็เลยแจ้งมหาวิทยาลัยไป แน่นอนมหาวิทยาลัยไม่ยอมรับ ยังจะจ้างชั่วคราวเป็นอาจารย์พิเศษต่อ ดีลกันไม่ได้ กฎหมายกำหนดว่าต้องเข้ากระบวนการอนุญาโตตุลาการ (คือกระบวนการยุติธรรมนอกศาล) ผ่าน หน่วยงานที่เรียกว่า กรรมาธิการจ้างงานเป็นธรรม (Fair Work Commission)

.

ความมันส์คือ เบเคอร์ไม่ยอมจ้างทนาย แต่เขา 'เป็นทนายให้ตัวเอง' แม้จะไม่ได้เรียนกฎหมาย แต่เขาให้ ChatGPT เทรนให้หมด ว่าจะสู้คดียังไง อีกฝ่ายอาจเอาอะไรมาโต้ แล้วโต้กลับอย่างไร

.

เราไม่แน่ใจว่าการสู้คดีเป็นอย่างไรในรายละเอียด (เพราะเป็นความลับ ไม่ได้เปิดต่อสาธารณชนแบบคดีในศาลปกติ) แต่สุดท้าย เบเกอร์ก็ชนะคดีได้ในที่สุดในเดือนสิงหาคม 2026

.

แน่นอน ถ้ามันเป็นแค่คดีแรงงาน ก็อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร (แม้ว่าจะเป็นชัยชนะครั้งแรกของคนที่ใช้กฎหมายนี้) แต่พอมาเป็น 'การสู้คดีด้วย AI จนชนะ' เรื่องมันก็น่า ตื่นเต้นไปอีกระดับ สื่อจำนวนมากให้ความสนใจ

.

ด้านหนึ่ง คนก็เตือนว่า นี่ไม่ใช่การสู้คดีในศาลจริง ที่การสู้มันน่าจะโหดและมีระเบียบต่างๆ มากกว่านี้ แต่อีกด้านคือ มันก็ทำให้ตระหนักว่า สำหรับคนทั่วไป การสอบถามคำถามกฎหมายเบื้องต้นกับ AI เป็นสิ่งที่ทำได้ และสิ่งที่ AI มีความได้เปรียบคือการอัปเดตข้อกฎหมายเป็นกฎหมายฉบับล่าสุด ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าทนายอาชีพที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องพวกนั้นจริงๆ จะไม่รู้ข้อกฎหมายใหม่ๆ ที่บังคับใช้สดๆ ร้อนๆ พวกนี้

.

ข้อดีของการใช้ AI ก็คือคนจะรู้สิทธิ์ใต้กฎหมายมากขึ้น แต่อีกด้าน ก็อาจเป็นความท้าทายของศาลที่ต้องรับคดีมากขึ้น ว่าจะทำอย่างไรให้ 'กระบวนการยุติธรรม' ไม่ช้าลง

.

แน่นอนว่ากระบวนการที่จะสมมาตรกับการที่คนใช้ AI เพื่อช่วยให้มีการ 'ฟ้อง' มากขึ้นก็คือ ศาลก็ต้องใช้ AI 'ตัดสิน' คดีมากขึ้น 

.

และก็อย่าคิดว่าไม่มี จริงๆ มีหลักฐานบ้างแล้วว่าบางประเทศศาลมีการใช้ AI ช่วยในการ 'ตีความข้อกฎหมาย' จริง เช่นโคลอมเบีย และใครจะไปรู้ ศาลบางประเทศก็อาจมีการใช้ AI ช่วงสรุปเอกสารแทนมานั่งอ่านเองทีละหน้า 

.

แน่นอนว่าภายใต้ความคืบหน้าแบบนี้ ในทางเทคนิค ในอนาคต AI อาจช่วยลดความลำเอียงของมนุษย์ในการตัดสินคดีได้ แต่คำถามสำคัญคือ การยอมรับ 'การใช้อำนาจตุลาการ' ซึ่งเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตยโดย AI เราพร้อมแค่ไหนที่จะมอบชะตาชีวิตให้เทคโนโลยีเป็นผู้ตัดสิน? และนั่นหมายถึงยุคที่ AI ปกครองมนุษย์ก็อาจอยู่ไม่ไกล

.

#SOCIETY #BrandThink #CreativeChange

#Empowering #Diversity #PositiveImpact


ที่มา

 https://www.facebook.com/share/p/1FHFe3jRhC/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น